นครศรีธรรมราช: Nakhon Si Thammarat THAILAND
 
 

  หัวข้อ
 สมองของเรากับการดูแล ฝึกสมองไบรท์
สมองคนเราประกอบด้วยเซลล์สมองนับล้าน ๆเซลล์  แต่ละเซลล์ต้องส่งกระแสประสาทนับหมื่นครั้งต่อการคิดในแต่ละครั้ง  ดังนั้นเซลล์สมองจึงต้องการพลังงานปริมาณมาก  หากไม่รับประทานอาหารเช้า  สมองจะขาดพลังงานเป็นเวลา 15 - 17 ชั่วโมงกว่าจะถึงอาหารมื้อกลางวัน  และสารอาหารที่ขาดไม่ได้ในการสร้างพลังงานให้แก่สมอง  ก็คือวิตามินบี  นั่นเอง  เพราะทุกครั้งที่ร่างกายต้องการพลังงาน ร่างกายจะใช้วิตามินบีเป็นโคเอนไซม์ในการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ  ดังนั้นในผู้ที่ขาดวิตามินบี  แม้ว่าจะมีการรับประทานอาหารมากเท่าใด สารอาหารเหล่านั้นก็ไม่สามารถแปลงไปเป็นพลังงานสำหรับสมองได้ ดังนั้นเด็กวัยเรียนที่ใช้สมองมาก ย่อมต้องการวิตามินบีมาก

ผลของการงดอาหารเช้า

      การงดกินอาหารเช้าในเด็กนักเรียน  จะพบว่าในช่วงสายของวันเด็กจะรู้สึกหิว  กระสับกระส่าย  ไม่มีสมาธิในการเรียน  หงุดหงิด  อ่อนเพลีย  ง่วงนอน  ขาดความฉับไวในการคิดคำนวณ  หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกิดการผิดพลาดได้มากกว่า  และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะด้อยกว่าเด็กที่รับประทานอาหารเช้า  เนื่องจากสมองคนเราต้องการน้ำตาลกลูโคสเพื่อไปหล่อเลี้ยง นอกจากนี้เด็กยังไม่มีกำลังสำหรับเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอีกด้วย

คุณค่าวิตามินบีต่อสมอง

วิตามินบี 1  มีส่วนสำคัญในการเร่งกระบวนการเผาผลาญแป้งและน้ำตาล  บำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

อาหารที่พบ  พบมากในยีสต์ ตับ ไต หัวใจ ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ เนื้อสัตว์

วิตามินบี  2  ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  และไขมัน

อาหารที่พบ  พบใน ตับ เนื้อแดง หมู ปลา ข้าวซ้อมมือ ผักใบเขียว

วิตามินบี  6  ช่วยในการนำกระดอะมิโนและโปรตีนไปใช้ในร่างกาย  และช่วยสร้างสารที่จำเป็นในการทำงานของระบบประสาท

อาหารที่พบ   พบมากในเนื้อสัตว์ ตับ ธัญหาร ผัก และถั่วต่างๆ

วิตามินบี  12  มีประโยชน์มากต่อการจดจำ  และการทำงานของระบบประสาท

อาหารที่พบ  พบใน ตับ ไต นม ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ

    ดังนั้น  เราจึงต้องใส่ใจในการเลือกสรรอาหารให้กับเด็กในวัยเรียนในทุก ๆมื้อ  เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้านคุณค่าทางโภชนาการ  เพื่อพัฒนาสมอง  และเสริมพลังให้มีความพร้อมกับการเรียนและกิจกรรมสนุก ๆในทุก ๆวัน

1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำ หล่อเลี้ยง
ถ้าไม่มีน้ำต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคน
คิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออกแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

2.
กินไขมันดีคนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมันซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ
แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน
นมถั่วเหลือง วิตามินรวมน้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที
เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery
สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้อง เกิด
ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จใน สิ่งต่างๆ
เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข
หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น
กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการ
ทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน
ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำ
ให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลือง
พลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก
เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น
เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดีตื่น
มาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ
จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่ง
ทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย

อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนตามเทคนิคง่ายๆ ทั้ง 9 ข้อนี้อาจจะไม่ทำให้เกิดอัจฉริยะข้ามคืนได้ เพราะต้องอาศัย
ระยะเวลาในการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ได้ในเบื้องต้นคือการมีสุขภาพดีทั้งกายและใจแบบชนิดที่เรียกว่า
"สวยทั้งภายในและภายนอก" อย่างแน่นอน

โดยคุณ เชาว์ เต็มรักษ์ 117.47.107.131 [08-05-2009 21:05:25]
 < เปิด/ปิด ส่วนแสดงความเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ ในการตอบด้วยนะครับ
ความคิดเห็น
โดย
Email

 
 

พิมพ์รหัสที่ปรากฏ ในช่องที่ระบุ(4 ตัวอักษร). เป็นตัวเลข 0..9 และตัวอักษร A..Z .



หากไม่สามารถอ่านข้อความภาพที่ปรากฏได้ กรุณากดปุ่มเพื่อสร้างรหัสภาพใหม่
  



 


 


บริษัท ซีเจ เวิลด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด  6/107 ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000  Tel: 0-7532-5196-7 Fax : 0-7532-5197