นครศรีธรรมราช: Nakhon Si Thammarat THAILAND
 
 

  หัวข้อ
 รายงานภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่น ประจำสัปดาห์ที่ 1-5 ธันวาคม 2551
1. ดัชนีเศรษฐกิจที่ประกาศในสัปดาห์นี้
    1.1 ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Output) เดือน ต.ค. 51 ลดลงร้อยละ 3.1
กระทรวงเศรษฐกิจการค้าเเละอุตสาหกรรมได้เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
(Industrial Output) ของเดือน ต.ค. 51 ลดลงร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับ 102.3  (ปี 2005=100) มีแนวโน้มว่าดัชนีของเดือนพ.ย.51 จะลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงส่งผลให้การผลิตรถยนต์ลดลงอย่างมาก มียอดคงค้างใน Stock เพิ่มขึ้น นาย Toshihiro Nikaido รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าเเละอุตสาหกรรมให้ความเห็นว่า การลดลงของดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมนี้จะกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมากนับแต่นี้ต่อไป

1.2 การใช้จ่ายภาคครัวเรือนในญี่ปุ่น (Household Spending) เดือน ต.ค.51 ลดลงร้อยละ 3.8  กระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร (Ministry of Internal Affairs and Communications) ได้เปิดเผยว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เดือน ต.ค.51 ลดลงร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากผู้บริโภคได้ประหยัดการใช้จ่ายลงอย่างมาก

2. ยอดขายรถยนต์ใหม่ เดือนพ.ย.51 ลดลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

สมาคมผู้ค้ารถญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.51 ว่ายอดขายรถมือหนึ่งภายในประเทศ ( ยกเว้นรถประเภทที่มีเครื่องต่ำกว่า 1,000cc ) ประจำเดือน พ.ย.51 ลดลงร้อยละ 27.3 เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า มีจำนวน 215,783 คัน เป็นการลดลงติดต่อกัน 4 เดือนแล้ว และนับเป็นยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบ 39 ปี นับจากปี 2512 จากวิกฤตการเงินสหรัฐฯและยุโรป ได้ทำให้ดีมานด์จากต่างประเทศต่อรถยนต์ลดลง ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมหลักที่นำรายได้สู่ญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นยิ่งตกต่ำลงมากขึ้น
ถึงเเม้ว่าหากยอดขายรถยนต์ประจำเดือนธ.ค. จะกลับมาเป็นปกติได้ เเต่ยอดขายรวมประจำปี 2551 นั้นก็ยังคงจะลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 3.2 ล้านคันซึ่งเป็นการลดต่ำลงเป็นครั้งเเรกนับจากเมื่อปี 2517 ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันครั้งที่ 1
ซึ่งมียอดขายเท่ากับ 3.13 ล้านคัน โดยยอดขายประจำเดือนพ.ย.นี้ได้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ลดลงร้อยละ 13.1 เเละเมื่อดูจากยอดขายเเบ่งตามบริษัทเเสดงให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จำนวน 8 เเห่งนั้นมีผลประกอบการติดลบทั้งหมดเช่น Mitsubishi ลดลงร้อยละ 45.5 Daihatsu ลดลงร้อยละ 46.5 Nissan ลดลงร้อยละ 29.5 เเละ Toyota ลดลงร้อยละ 27.6 เป็นต้น การลดลงครั้งนี้ได้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ จะลดจำนวนการผลิต ลดจำนวนพนักงาน และลดการจ่ายโบนัสลง ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเเละผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีการลดจำนวนพนักงานมากขึ้น

3. BOJ ผ่อนคลายกฎเกณฑ์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่บริษัทเอกชน 
     ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของญี่ปุ่นปัจจุบัน ได้ทำให้บริษัทเอกชนประสบปัญหาสภาพคล่องมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ในการนี้ BOJ ได้จัดการประชุมพิเศษเพื่อหามาตรการเสริมสภาพคล่องแก่บริษัทเอกชนเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.51  โดยตกลงที่จะยอมให้บริษัทนำหลักทรัพย์หรือพันธบัตรที่ได้รับการจัดอันดับความเสี่ยงประเภท BBB- มาเป็นหลักประกันการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องได้ประมาณ 3 ล้านล้านเยน
    BOJ ตัดสินที่จะคงอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.3 ต่อไป เนื่องจากเห็นว่า การฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างเดียว  หลังจากที่ได้เคยใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษ (Quantitative Easing Policy) อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ซึ่งใช้ในปี 2544  และได้เพิ่มเป็นร้อยละ 0.25 ในเดือน ก.ค. 49 และเพิ่มเป็นร้อยละ 0.5 ในเดือน ก.พ. 50 แต่ได้ลดลงเมื่อเดือน ต.ค.51 ที่ผ่านมาเหลือ 0.3

4.  รัฐบาลเลื่อนการใช้เป้าหมายวินัยทางการคลัง ออกไปอีก 3 ปี
      เป้าหมายวินัยการคลัง (Fiscal Discipline) ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรี Koizumi มีเป้าหมายที่ฟื้นฟูฐานะการคลังโดยลดหนี้สาธารณะ ปัจจุบันอยู่รูปของพันธบัตรรัฐบาลภายในประเทศสูงถึงประมาณร้อยละ180 ของ GDP (รวมหนี้รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น) มากกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ มีการจัดทำงบประมาณขาดดุลติดต่อกันมาหลายปี โดยรัฐบาลมีเป้าหมายวินัยการคลังที่จะการจัดทำงบประมาณเกินดุลในปี 2554 รวมทั้งได้กำหนดเพดานการออกพันธบัตรไว้ว่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของงบประมาณปีละไม่เกิน 30 ล้านล้านเยน  ในขณะที่ญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมที่มีคนแก่มากขึ้น (Aging Economy) ได้เป็นภาระสำคัญของรัฐบาลในด้านค่าใช้จ่ายสวัสดิการและประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรตาม ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน ทำให้นายกรัฐมนตรี Aso ประกาศเลื่อนการใช้เป้าหมายทางการคลังดังกล่าวออกไปอีก 3 ปี ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลจะเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น

5. Norinchukin Bank ประกาศเพิ่มทุนจำนวน 1 ล้านล้านเยน
    Norinchukin Bank หรือธนาคารกลางสหกรณ์ญี่ปุ่น ได้ประกาศเมื่อวันที่ 27 พ.ย.51  ว่าผลกำไร ณ เดือน ก.ย.51 (ครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 51) ได้ลดลงถึงร้อยละ 92 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า มีสาเหตุมาจากการดำเนินมาตรการกำจัดความเสียหายจำนวน 100 พันล้านเยนที่เกิดจากวิกฤตการเงินโลก โดยเมื่อช่วงสิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา  Norinchukin Bank มียอดความเสียหายรวมทั้งหมดเป็นจำนวนถึง 1.5 ล้านล้านเยน นับเป็นยอดเงินเพิ่มทุนที่สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับสถาบันการเงินภายในประเทศทั้งหมดของญี่ปุ่น โดย Norinchukin Bank ได้ประกาศเพิ่มทุนจำนวน 1 ล้านล้านเยน หรือ 10.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปีนี้เพื่อเสริมสร้างความเเข็งเเกร่งทางด้านการคลัง สหกรณ์การเกษตรต่างๆ ถือหุ้นประมาณ 41.6 ล้านล้านเยน ใน Norinchukin Bank การเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นผลจากความเสียหายที่ Norinchukin Bank ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ พันธบัตร เเละบริการการเงินต่างๆ ทั้งในเเละต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินครั้งนี้อย่างมาก โดยขาดทุนเป็นผลมาจากการลงทุนในสินทรัพย์ Subprime สหรัฐฯ และราคาหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมาก

ที่มา
สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลัง

โดยคุณ เชาว์ เต็มรักษ์ 117.47.204.135 [09-12-2008 22:12:58]
 < เปิด/ปิด ส่วนแสดงความเห็น
แสดงความเห็นได้ที่นี่
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ ในการตอบด้วยนะครับ
ความคิดเห็น
โดย
Email

 
 

พิมพ์รหัสที่ปรากฏ ในช่องที่ระบุ(4 ตัวอักษร). เป็นตัวเลข 0..9 และตัวอักษร A..Z .



หากไม่สามารถอ่านข้อความภาพที่ปรากฏได้ กรุณากดปุ่มเพื่อสร้างรหัสภาพใหม่
  



 


 


บริษัท ซีเจ เวิลด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด  6/107 ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000  Tel: 0-7532-5196-7 Fax : 0-7532-5197